12 วิธีสู้ความง่วงยามเช้า ให้สดใสรับวันใหม่

  Jul 1, 2019   eyeicon  88 view   QueenA

 

ตื่นแล้วก็ยังง่วงนอน รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่พร้อมทำงานในวันใหม่ ตาจะปิดอยู่ตลอดเวลา มาดูวิธีแก้ไข อาการง่วงๆ แบบนี้กัน ด้วย 12 เคล็ดไม่ลับดังนี้

 

1.เลิกกดเลื่อนนาฬิกาปลุก

ขอต่ออีก 5 นาที 10 นาที พฤติกรรมแบบนี้ส่งผลให้สมองสั่งการให้เรารู้สึกเพลีย รู้สึกง่วงอยู่ตลอดเวลา ต่างจากเวลาที่เราตื่นเลยแล้วลุกขึ้นทันที จะทำให้เรามีแรงกระตือรือร้นมากกว่าวันที่กดเลื่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก

 

2.ดื่มน้ำเปล่าทันที

ช่วงเวลาตอนนอนร่างกายไม่ได้รับน้ำดื่มเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อการ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ เลือดข้นขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกง่วง อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ดื่มน้ำเปล่าสักแก้วจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัวมากขึ้น

 

 

3.ยืดร่างกายให้สุด

ขณะที่นอนนานๆ ติดต่อกัน กล้ามเนื้อไม่ถูกใช้งาน ดังนั้นตื่นขึ้นมาก็ควรยืดเหยียดให้เต็มที่ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อปล่อยสารเอนดอร์ฟิน กระตุ้นพลังงานเสียหน่อย หากเป็นมือโปรก็สามารถใช้เวลาช่วงเช่าฝึกโยคะเล็กๆ น้อยๆ จะยิ่งช่วยเพิ่มระดับพลังงานและการทำงานของสมองให้ดีขึ้น

 

 

4.ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

การล้างหน้าเป็นอันดับแรกก่อนอาบน้ำนั้น เป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น เฟรชขึ้น เคล็ดลับดีๆ ที่อยากแบ่งปันอีกอย่างก็คือ ตั้งสเปร์น้ำแร่ หรือขวดสเปรย์ใส่น้ำไว้หัวเตียง ตื่นเมื่อใด ก็ฉีดใส่หน้าไปเลยจ้า

 

 

5.เติมพลังด้วยมือเช้า

มื้อเช้าสำคัญที่สุด ถ้าเราอดมื้อนี้ จะส่งผลเสียต่อพลังงานและสมาธิตลอดทั้งวัน เพราะอาหารคือเชื้อเพลิง ให้พลังงานในวันใหม่ หากเป็นคนออกกำลังกายตอนเช้าก็อย่าลืมมื้อเช้าเป็นอันขาด

 

6.เลี่ยงน้ำตาลจนกว่าจะมื้อกลางวัน

การเลือกทานเลือกดื่มมื้อเช้านั้น ให้เลี่ยงรายการที่มีน้ำตาลสูง เพราะมันนำไปสู่ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น และจะให้รู้สึกเหนื่อยล้าตามมาในช่วงบ่าย

 

 

7.ดื่มกาแฟให้น้อยลง

แม้กาแฟจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่การดื่มถี่ๆ มากๆ ในตอนเช้า อาจส่งผลทางอ้อมต่อความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นตอนกลางวัน ถ้าเลิกไม่ได้ก็ลดปริมาณกาแฟลง เลี่ยงการดื่มแก้วใหญ่ ไปหาแก้วไซส์เล็กแทน

 

8.ออกไปข้างนอกกระตุ้นสมอง

แสงแดดกระแทกระดับเซโรโทนินในร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังที่ดีในช่วงกลางวัน ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ถ้าไม่อยากออกไปข้างนอกก็ปล่อยให้แสงแดดลอดผ่านม่านเข้ามาก็ได้นะ

 

 

9.คาร์ดิโอบ้างยามเช้า

การตื่นมาแล้วกลับไปนอนต่อมันไม่ค่อยดีนัก การออกกำลังกายอย่างการคาร์ดิโอก็ช่วยบูทร่างกายให้ตื่นตัวขึ้น ไม่ต้องลงทุนออกไปวิ่งก็ได้ แค่กระโดดแล้วยกเข่าสูงๆ เท่านี้หัวใจก็เต้นแรงดีนะคะ

 

 

 

10.จัดการกับความเครียด

ตื่นมาแล้วเครียด ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องใดๆ พยายามผ่อนคลายกับมันแล้วทำใจว่าปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน พยายามมีสมาธิ โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วมองหาสิ่งดีๆ ในวันใหม่นี้จะดีกว่า

 

11.ให้สิ่งที่ตัวเองตั้งตารอ

บางครั้งเราก็ต้องการความตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มพลังให้กับเรา ให้นึกถึงสิ่งที่จะทาน หรือโปรแกรมที่จะทำในวันนี้ เช่น เมนูพิเศษที่จะทานวันนี้ หรือจะไปดูหนังหลังเลิกงาน หรือวันนี้มีของจากการช้อปออนไลน์มาส่ง เท่านี้ก็ช่วยให้เรารู้สึกตื่นเต้นในทุกๆ วันแล้วค่ะ

 

12.ฝึกพฤติกรรมการนอนและตื่นให้เป็นนิสัยที่ดี

เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราต้องเข้านอนให้ไวเพื่อที่จะตื่นมาแล้วสดใส สดชื่น แต่บางทีก็เผลอตัวไป ยังไงก็มีแนวทางปฏิบัติมาแนะนำกันดังนี้

-ปิดหน้าจอ 1 ชั่วโมงก่อนนอน

-สร้างสภาพแวดล้อมการนอนที่ดี เช่น ทำให้ห้องสงบ ไร้แสง เสียง รบกวน มีกลิ่นหอมผ่อนคลาย มีอุณหภูมิห้องที่ดี

-ตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกเช้า จะช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจในนาฬิการ่างกาย

 

 

QueenA

QueenA


QueenA

QueenA

ชอบดูหนัง เล่นเกม ทำขนม แต่งหน้า รวมอยู่ในร่างนี้ เอ๋อนิดๆ ซุ่มซ่ามหน่อยๆ พอให้มีรอยยิ้ม แต่ไม่ไร้สมอง
ชอบเขียนแทนพูด (แต่เดี๋ยวนี้ใช้พิมพ์เอา) พร้อมรังสรรค์เรื่องราวดีๆ มาให้สาวๆ อัพเดทตัวเองให้สวย เก่ง และมั่นใจแบบเป็นตัวเอง ไปพร้อมกัน