รีวิว Escape Room จากเกมห้องปริศนา สู่ภาพยนตร์

  Feb 7, 2019   eyeicon  836 view   QueenA

 

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเล่นเกมเอาตัวรอดออกจากห้องทางแอพพลิเคชั่นเกมต่างๆ หรือจะเป็นทางเว็บไซต์เกม ซึ่งแต่ละเกมก็จะสร้างสถานการณ์มาให้เรา และให้เราหาปริศนาคำไบ้เพื่อออกจากห้องไปให้ได้ ผู้เขียนเป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบเล่นเกมแนวนี้มากๆ พอรู้ว่ามีคนสร้างหนังเรื่อง" Escape Room กักห้อง เกมโหด "เกี่ยวกับเกมนี้ขึ้นมาก็ต้องอยากดูเป็นธรรมดา

 

เรื่องย่อ Escape Room กักห้อง เกมโหด

คนแปลกหน้า 6 คนได้รับกล่องปริศนาพร้อมการ์ดเชิญเข้าร่วมเกม Escape Room เพื่อชิงเงินรางวัล พวกเขาตื่นเต้นกับกลไกต่างๆ ในห้องและต้องหวาดผวาเพราะทุกอย่างมันคือของจริง ถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิต ทั้ง 6 คนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาปริศนาออกจากห้องต่างๆ ไปให้ได้ แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ด้วยกลไกและเงื่อนไขต่างๆ เป็นอุปสรรคคอยขัดขวางพวกเขาอยู่

 

 

 

ความรู้สึกผู้เขียน

ต้องบอกว่าไม่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้เลย รู้เพียงว่าพล็อตเรื่องเป็นแบบไหน แต่ด้วยความที่ผู้เขียนชอบเล่นเกมหาปริศนาเพื่อออกจากห้อง จึงไม่อยากพลาดหนังเรื่องนี้ จะว่าไปการไม่ดูตัวอย่างหนังก็ทำให้ไม่ต้องคาดหวังกับหนังอยู่เหมือนกันนะ เพราะนักแสดงในเรื่องนี้รู้สึกไม่คุ้นตา ไม่ดึงดูด แต่คิดว่าหนังทริลเลอร์โหดๆ กดดัน ๆ แบบนี้ ถ้าหนังไม่ฟอร์มยักษ์จริงจะใช้นักแสดงระดับท็อปก็คงยาก ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะลงทุนกับนักแสดงแล้วถ้าแป้กขึ้นมาหนังก็จะยิ่งขาดทุน

 

 

มาพูดตัวหนังกันบ้าง หนังมีเส้น Timeline ที่เริ่มจากกลางเรื่อง แล้วค่อยเริ่มต้นเรื่องใหม่ แล้วเหตุการณ์ก็ไปบรรจบกันตอนท้าย เปิดเรื่องมาก็ขยี้หัวใจให้ตื่นเต้นก่อน จากนั้นก็เล่าย้อนเหตุการณ์ มาเบรกอารมณ์คนดู แล้วค่อยๆ เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นขึ้นด้วยฉากการหาปริศนาแข่งกับเงื่อนไขด้านเวลาที่มีจำกัด แถมยังมีปมให้เราสงสัยและรอให้ตัวหนังเฉลยอยู่ด้วย ซึ่งจะว่าไปหนังก็ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องของปริศนา ฉากต่างๆ จุดเชื่อมโยงของหนังและตัวละคร

 

ช่วงแรกของหนังคือมีปริศนาที่ดี เก็บรายละเอียดดีมาก หนังค่อยๆ เฉลยปมตัวละครแต่ละตัว แต่ข้อเสียของเรื่องนี้คือตอนท้ายเหมือนรีบไปหน่อย รวบรัดตัดจบจนเกินไป จากความตื่นเต้นที่กำลังพุ่งสูง มันก็ค่อยๆ ลดระดับลง ทีนี้งพอหนังอยากให้เราตื่นเต้นอีก กลายเป็นมันดันเราไม่ขึ้นเท่าไรแล้ว  มันคงจะสุดกว่านี้ ถ้าหนังใส่จังหวะเบรคและจังหวะเร้าได้ตรงจุด

 

 

 

อีกเรื่องที่ต้องชมคือฉากห้องปริศนาต่างๆ  คือนอกจากเราจะตื่นเต้น ลุ้นเอาใจช่วยกับตัวละครแล้ว เรายังตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นห้องปริศนาถัดไป อยากรู้ว่าจะเป็นรูปแบบใด และมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่ ทำออกมาก็ใช้ได้เลยนะ ไม่ขี้เหร่เลย ซึ่งคิดว่าทุนสร้างก็น่าลงทุนกับฉากมากกว่านักแสดง ซึ่งก็ถือว่าคุ้มมาก เพราะหนังได้รายได้ไปมากกว่า 77 ล้านแล้ว จากทุนสร้างเพียง 9 ล้าน ถือเป็นการลงทุนที่ฉลาดมาก

 

 

ไอเดียหนังเรื่องนี้ ยอมรับว่าไม่ได้ใหม่มาก เพราะมีส่วนคล้ายคลึงกับเรื่อง Cube  และ Saw  ส่วนที่เหมือนก็ตรงที่ Cube เป็นการเอาตัวรอดจากห้องเหลี่ยมเล็กๆ โล่งๆ เมื่อไขปริศนาออกไปได้ก็จะเจอกับห้องแบบเดิม แล้วต้องไขปริศนาต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด สุดเรื่อง Saw นั้น ก็คล้ายกันตรงคนแปลกหน้าต้องเอาตัวรอดจากห้องหรือสถานการณ์ต่างๆ  เพียงแต่ Saw มีการดำเนินเรื่องที่ซับซ้อน อย่างมีชั้นเชิง คลายปมได้หักมุมแบบที่เราช็อกของจริง ทั้ง 2 เรื่องนี้จัดเต็มเรื่องฉากการตายโหดๆ แบบที่ต้องแอบปิดตาดูเลยทีเดียว

 

สำหรับ Escape Room ก็สนุก แต่ยังไม่เทียบชั้นกับ Saw และยังไม่โหดและกดดันเท่า Cube แต่ก็มองว่าเป็นไอเดียที่ดี ที่สามารถเอามาต่อยอดสร้างเฟรนไชน์หนังได้ เพราะตอนท้ายแอบมีให้ลุ้นว่าจะสร้างภาคต่อหรือไม่ ถ้ามีก็ไม่แปลก แต่ก็ต้องลุ้นว่าภาคต่อจะทำออกไปในทิศทางใด ซึ่งผู้เขียนก็แอบเชียร์เรื่องนี้อยู่นะ เพราะชอบไอเดียของหนังจริงๆ 

 

สรุปว่า หนังเรื่องนี้คือดูเพื่อความบันเทิงโดยแท้ ใครที่ชอบไขปริศนา ชอบเล่นเกมทายคำไบ้ ชอบหนังลุ้นระทึก เรื่องนี้ก็นับว่าตอบโจทย์ได้ดี ดูแก้เครียดได้ไม่ผิดหวังค่ะ

 

QueenA

QueenA


QueenA

QueenA

ชอบดูหนัง เล่นเกม ทำขนม แต่งหน้า รวมอยู่ในร่างนี้ เอ๋อนิดๆ ซุ่มซ่ามหน่อยๆ พอให้มีรอยยิ้ม แต่ไม่ไร้สมอง
ชอบเขียนแทนพูด (แต่เดี๋ยวนี้ใช้พิมพ์เอา) พร้อมรังสรรค์เรื่องราวดีๆ มาให้สาวๆ อัพเดทตัวเองให้สวย เก่ง และมั่นใจแบบเป็นตัวเอง ไปพร้อมกัน