How To ฝึกเป็นคน "คิดบวก"

  Aug 8, 2019   eyeicon  48 view   QueenA

การมองสิ่งดีๆ ในสถานการณ์แย่ๆ แทนการจมกับความเศร้าและความเครียด ย่อมส่งผลดีต่อตัวเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังทำให้คนรอบข้างได้รับพลังบวกไปด้วย มาดูวิธีการฝึกเป็นคนคิดบวกกันค่ะ

 

สิ่งที่ได้เมื่อกลายเป็นคน "คิดบวก"

-คุณภาพชีวิตดีขึ้น

-มีพลังงานพลังใจในทุกๆ วัน

-สุขภาพจิต สุขภาพกายหายห่วง

ฟื้นตัวจากอาการป่วยหรือบาดเจ็บเร็วกว่าปกติ

-เป็นหวัดน้อยลง

-ไม่เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

-จัดการความเครียดและเผชิญหน้ากับปัญหาได้ดี

-อายุยืนยาว

 

ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นคน “คิดลบ” มีความเครียด มองโลกในแง่ร้าย โกรธง่าย จะส่งผลทางกายภายและทางสุขภาพของเราได้มากกว่าปกติ ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนความเครียด ซึ่งส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยจะมีอาการประมาณนี้

-ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย

-วิ่งเวียน คลื่นไส้

-เหนื่อย เมื่อย ล้า ง่าย

-หลับยาก

ความเครียด ความโกรธ และเกลียด เชื่อมโยงกับความเสี่ยงของสุขภาพจิต ที่ส่งผลให้สุขภาพกายแย่ลง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง และ โรคประสาท เป็นต้น

 

 

 

แม้ว่าการคิดเชิงบวก ไม่ใช่เรื่องอัศจรรย์ และมันก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป แต่มันทำให้เราจัดการและรับมือกับปัญหาได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาฝึกเป็นคนคิดเชิงบวกกันค่ะ

 

1.มุ่งนึกถึงแต่สิ่งที่ดี

สถานการณ์และอุปสรรคที่ท้าทายนับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ให้เราจดจ่อและมองหาสิ่งที่ดีๆ ไม่ว่ามันจะเล็กมากหรือสำคัญน้อยมากก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ถูกยกเลิกแผนการเที่ยวที่เตรียมตัวมาร่วมเดือน แต่เราก็ใช้เวลาว่างตรงนั้นไปตามดูซีรีย์ที่อยากดูอยู่แทนก็ได้นะ

 

2.หาโอกาสตอบแทนคนที่มีน้ำใจต่อเรา

หาโอกาสตอบแทนคนที่เคยมีน้ำใจต่อเราเสมอ นอกจากจะทำให้เรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตัวเราเองด้วย หรือเพียงแค่พูดคำว่า “ขอบคุณ” เวลามีคนทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้ แค่นี้ก็ทำให้คนฟังรู้สึกต่อ เกิดเป็นพลังบวกที่ส่งต่อกันได้

 

3.ยิ้มแย้ม อารมณ์ขัน รับทุกปัญหา

เสียงหัวเราะจะช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า พยายามมีอารมณ์ขันในสถานการณ์ตึงเครียด และอนุญาตให้ตัวเองได้หัวเราะ จะทำให้อารมณ์ดีขึ้น ทำให้งต่างๆ ที่ดูยุ่งยาก มันดูง่ายขึ้น แม้จะเครียดแค่ไหน เจอปัญหาอะไร อย่าลืมยิ้ม หัวเราะ รับทุกปัญหานะคะ

 

4.อยู่ใกล้คนคิดบวก

การมองโลกในแง่ดี ก็เป็นอาการติดต่อกันได้ มองหาคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี เขาคนนั้นเป็นคนคิดพวก มีอารมณ์ขัน ไม่ทำให้คนรอบข้างอึดอัด คนแบบนี้น่าอยู่ใกล้ๆ และจำให้เราพลอยเป็นคนคิดบวกไปด้วยเอง นอกจากนี้พวกเขาเหล่านั้นจะช่วยเป็นพลังผลักดันให้เราสู้กับปัญหาต่างๆ ได้ดีด้วย

 

 

 

5.ฝึกพูดกับตัวเองในแง่ดี

นักวิจารณ์ที่แย่ที่สุดไม่ใช่ใครนอกจากตัวเราเอง การพูดกับตัวเองมีอิทธิพลต่อความสามารถในการควบคุมความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรม ภายใต้ความกดดันและความเครียด เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกแย่ ให้พูดกับตัวเองและให้กำลังใจตัวเอง เช่น “เราทำเรื่องนั้นผิดเอง”  ให้ลองเปลี่ยนเป็น “เราจะลองวิธีอื่นดู” เพราะการโทษตัวเองมันไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้น

 

6.รู้ตัวเองว่าอะไรทำให้เราหงุดหงิดคิดลบ

บางทีสถานการณ์ในชีวิตประจำวันก็บีบให้เรากลายเป็นคนคิดลบและแสดงพฤติกรรมแย่ๆ ออกมา ลองถามเพื่อนที่สนิทมากๆ หรือถามคนรัก คนในครอบครัวดูว่า เรามักมีอาการงอแงงี่เง่าตอนไหนบ้าง เช่น เวลาเครียดกับงานก่อนเข้าประชุม หรือเวลาขับรถแล้วหัวร้อนสุดๆ เมื่อรู้ตัวแล้ว ก็ต้องหมั่นเตือนตัวเองเสมอๆ ด้วยนะคะ

 

7.เริ่มวันใหม่ด้วยกิจกรรมดีๆ ให้กลายเป็นกิจวัตร

สร้างกิจวัตรประจำวัน ทุกเช้า ให้เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดีๆ และเป็นบวกต่อตนเองและคนรอบข้าง เช่น

-พูดกับตัวเองทุกเช้าว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่ดี

-ฟังเพลงที่ทำให้มีความสุข ผ่อนคลาย

-กล่าวทักทาย กล่าวชมเพื่อนร่วมงาน หรือทำแต่เรื่องดีๆ กับคนรอบข้างทุกๆ วัน

 

 

 

QueenA

QueenA


QueenA

QueenA

ชอบดูหนัง เล่นเกม ทำขนม แต่งหน้า รวมอยู่ในร่างนี้ เอ๋อนิดๆ ซุ่มซ่ามหน่อยๆ พอให้มีรอยยิ้ม แต่ไม่ไร้สมอง
ชอบเขียนแทนพูด (แต่เดี๋ยวนี้ใช้พิมพ์เอา) พร้อมรังสรรค์เรื่องราวดีๆ มาให้สาวๆ อัพเดทตัวเองให้สวย เก่ง และมั่นใจแบบเป็นตัวเอง ไปพร้อมกัน