"จิตซ่อนเงื่อน เพื่อนบ้านมหาภัย" สารคดีจากชีวิตจริงของแจน โบรเบิร์ก

  Mar 21, 2019   eyeicon  11373 view   Moodymuay

Abducted-In-Plain-Sight

 

Abducted In Plain Sight - จิตซ่อนเงื่อน เพื่อนบ้านมหาภัย เป็นสารคดีทางช่องเน็ตฟลิกซ์ที่สร้างจากเรื่องจริงของเพื่อนบ้านมหาภัย ที่ล่อลวงคนทั้งครอบครัวให้ติดกับด้วยการใช้จิตวิทยาและการบงการ จนกลายเป็นมหากาพย์ความทุกข์ทรมานกินเวลายาวนานหลายปี และกลายเป็นตราบาปที่ฝังแน่นตลอดชีวิตของพวกเขา 

 

 

ตัวอย่างสารคดี Abducted In Plain Sight

 

ครอบครัวเบิร์ชโทลด์พบกับครอบครัวโบรเบิร์กเป็นครั้งแรก

Abducted-In-Plain-Sight
โรเบิร์ตและเด็กๆบ้านโบรเบิร์ก

ครอบครัวเบิร์ชโทลด์และครอบครัวโบรเบิร์กกลายเป็นเพื่อนสนิทกันในทันทีที่ครอบครัวเบิร์ชโทลด์ย้ายมาที่ไอดาโอ เนื่องจากพวกเขามีลูกในวัยไล่เลี่ยกันและทำธุรกิจเหมือนกัน ทั้งสองครอบครัวใช้เวลาด้วยกันมากมายจนนับไม่ถ้วน จนกระทั่งลูกสาวทั้ง 3 คนของครอบครัวโบรเบิร์ก เรียกโรเบิร์ต เบิร์ชโทลด์ว่า'พ่อ'และ'บี' ซึ่งเป็นชื่อกลางของเขาด้วยความสนิทสนม โชคร้ายที่พวกเขาไม่รู้ว่าโรเบิร์ตเข้าใกล้ครอบครัวของพวกเขาเพื่อนำตัวแจน โบรเบิร์กมาเป็นของเขา โรเบิร์ตลุ่มหลงในตัวแจน และเชื่อว่าพรหมลิขิตได้กำหนดมาให้เขาและเธอครองคู่กัน(แม้ในเวลานั้นแจนจะมีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น) และจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธโดยเด็ดขาด

 

Abducted-In-Plain-Sight
แจน - โรเบิร์ต - แมรี่ แอนน์

ระหว่างปีแรกที่พวกเขารู้จักกัน โรเบิร์ตได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครอบครัวโบรเบิร์กทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแมรี่ แอนน์ ผู้เป็นแม่, บ็อบ ผู้เป็นพ่อ, คาเรนและซูซานน้องสาวทั้งสองของแจน เขากล่อมให้บ็อบและแอนน์เชื่อว่าเขาต้องนอนบนเตียงของแจนพร้อมกับแจนเพื่อรักษาปมในวัยเด็กของเขาเอง ด้วยภาพของชายจิตใจดีและห่วงใยทำให้ครอบครัวโบรเบิร์กเชื่อจนสนิทใจและไม่สงสัยว่าเขามีแรงจูงใจสุดชั่วร้ายซ่อนอยู่

 

การลักพาตัวครั้งแรก 17 ตุลาคม 1974

Abducted-In-Plain-Sight
โรเบิร์ตขณะถูกจับกุมครั้งแรก

วันหนึ่งหลังจากเลิกเรียน โรเบิร์ตโทรถามแมรี่ แอนน์ว่าเขาสามารถพาแจนไปขี่ม้าได้ไหม ในตอนแรกแมรี่ แอนน์รู้สึกลังเลเพราะมันเป็นช่วงเวลาค่ำแล้ว แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยอมตกลง ทันทีที่แจนขึ้นรถโรเบิร์ตก็วางยาแจนและจัดฉากการลักพาตัวปลอมๆ เพื่อให้เหมือนกับว่าพวกเขาถูกลักพาตัวไป แต่ในความเป็นจริงแล้วโรเบิร์ตพาแจนไปยังเม็กซิโกด้วยรถบ้านของเขาและบังคับให้เธอแต่งงานกับเขาที่นั่น (ในเวลานั้น การสมรสที่ถูกกฏหมายในเม็กซิโกกำหนดไว้ที่อายุ 12 ปี)

แจนไม่เข้าใจเรื่องนี้มากนัก เพราะเธอต้องจัดการกับปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น เพราะในขณะที่เธออยู่กับโรเบิร์ตเธอจะถูกล้างสมองโดยเทปที่บันทึกไว้และถูกมอบ"ภารกิจ"ให้ทำ เทปบอกว่าเธอเป็นลูกครึ่งเอเลี่ยนและจะต้องรักษาเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนไว้ด้วยการมีลูกกับโรเบิร์ต และต้องทำภายในอายุ 16 ปีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นน้องของเธอจะต้องทำภารกิจแทน หรือไม่สมาชิกในครอบครัวของเธอจะตาบอดหรือล้มตาย ด้วยความกลัวตายของเธอและน้องสาว (รวมทั้งการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนแบบปลอมๆ) แจนและโรเบิร์ตจึงมีเพศสัมพันธ์กัน

 

Abducted-In-Plain-Sight
บ็อบกับความเสียใจที่ไม่อาจปกป้องลูกสาวได้

ท้ายที่สุดโรเบิร์ตก็อยากกลับไปที่สหรัฐฯ แต่ต้องการให้ครอบครัวโบรเบิร์กเห็นด้วยกับการแต่งงานก่อนถึงจะยอมข้ามพรมแดนกลับไป เขาติดต่อกับครอบครัวของแจนผ่านทางน้องชาย แต่ครอบครัวไม่ยอมรับข้อเสนอและบินไปที่เม็กซิโกเพื่อนำตัวลูกสาวกลับมา หลังจากเข้ากลับสหรัฐฯมาด้วยตัวเอง โรเบิร์ตก็ถูกจับข้อหาลักพาตัว

 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการลักพาตัว

Abducted-In-Plain-Sight
ครอบครัวโบรเบิร์กที่มีความสุข

แจนสับสนและไม่สามารถคิดได้อย่างแจ่มแจ้งเพราะเธอถูกโรเบิร์ตล้างสมองห้ามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเม็กซิโกอย่างเด็ดขาด ไม่งั้นสมาชิกในครอบครัวจะต้องตาย เธอจึงเชื่อในคำพูดของเขาและยืนยันจะทำภารกิจต่อไป เธอห่างเหินกับคนในครอบครัวเพราะเชื่อคำพูดของโรเบิร์ต แจนเชื่อว่าเธอตกหลุมรักกับโรเบิร์ตและคิดว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน พวกเขาเขียนจดหมายหากันและพูดคุยโทรศัพท์กัน ในขณะที่แจนอยู่ที่บ้านและควรจะปลอดภัย โรเบิร์ตก็นำเทปบันทึกการล้างสมองกลับไปหาแจนในคืนนั้น แจนและโรเบิร์ตมีเพศสัมพันธ์กัน นอกจากนี้โรเบิร์ตยังข่มขืนกระทำชำเราแจนอีกหลายครั้ง

 

Abducted-In-Plain-Sight
แมรี่ แอนน์ก็ตกเป็นเหยื่อของโรเบิร์ตเช่นกัน

ความสุขในบ้านของครอบครัวโบรเบิร์กลดลงจากการเปลี่ยนไปของแจน และท้ายที่สุดแมรี่ แอนน์ก็ถูกโรเบิร์ตล้างสมอง เธอกลายเป็นชู้กับโรเบิร์ต และมีความสัมพันธ์ยาวนานเกือบปี แม้กระทั่งบ็อบก็ถูกล่อลวงให้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับโรเบิร์ตเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาใช้สงครามจิตวิทยาปั่นประสาทคนทั้งครอบครัว เพื่อให้เขาสามารถแยกแจนออกมาได้อย่างสะดวก

ในขณะเดียวกันนั้นโรเบิร์ตก็ต้องขึ้นให้การในข้อหาลักพาตัว และภรรยาของเขาก็ใช้ข้อมูลการเป็นชู้ของแมรี่ แอนน์ เพื่อแบล็คเมล์ครอบครัวโบรเบิร์กให้ยกเลิกข้อกล่าวหา ทั้งคู่ติดสินใจทำเพื่อรักษาชื่อเสียงเอาไว้ โรเบิร์ตถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปี แต่ก็ลดเหลือเพียง 45 วันในภายหลัง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาใช้เวลาเพียง 10 วันในคุกเท่านั้น

 

การลักพาตัวครั้งที่สอง สิงหาคม - พฤศจิกายน 1976 

Abducted-In-Plain-Sight
ซูซานเล่าว่าครอบครัวของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ต่อมาในช่วงฤดูร้อนปี 1976 แจนหนีออกจากบ้านพร้อมทิ้งจดหมายเอาไว้ ทำให้ทั้งครอบครัวของเธอและโรเบิร์ตต่างร้อนใจ แต่ FBI เชื่อว่าโรเบิร์ตรู้ว่าแจนอยู่ที่ไหน พวกเขาจึงจับตาดูโรเบิร์ต ท้ายที่สุดในเดือนพฤศจิกายน ความกระจ่างก็เกิดขึ้นเมื่อโรเบิร์ตเป็นคนลักพาตัวแจนไป ในขณะนั้นโรเบิร์ตอาศัยอยู่ในซอลท์ เลค ซิตี้เพียงลำพังเพราะเขาได้ฝากให้แจนเข้าเรียนในโรงเรียนคาทอลิกที่แคลิฟอร์เนีย โดยอ้างกับทางโรงเรียนว่าเขาเป็น CIA ที่กำลังหลบหนีจากผู้ร้ายและแจนก็เป็นลูกของเขา เพื่อให้แจนปลอดภัยจากการถูกตามพบ เขาอธิบายกับทางโรงเรียนว่าใครก็ตามที่ตามหาแจน พวกนั้น"เป็นคนร้าย"

FBI ได้ทำการติดต่อไปที่โรงเรียน แต่พวกเขาก็ไม่เต็มใจที่จะให้ข้อมูลของเธอ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่โรเบิร์ตพูดเป็นความจริง ท้ายที่สุด FBI ก็สามารถพาตัวแจนออกจากโรงเรียนได้และพาเธอกลับบ้าน  โรเบิร์ตถูกจับกุมในข้อหาลักพาตัวอีกครั้ง

 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการลักพาตัวครั้งที่สอง

Abducted-In-Plain-Sight
ข่าวการลักพาตัวบนหน้าหนังสือพิมพ์

ในขณะติดคุกครั้งแรก โรเบิร์ตได้จ้างวานชาย 2 คนที่เขาเจอในคุกด้วยเงิน 1,000 ดอลล่าร์เพื่อให้เผาร้านดอกไม้ของบ็อบ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ลงมือเผาร้าน ทำให้ทั้งย่านนั้นถูกไฟเผาวอดวาดไปจนหมดและครอบครัวโบรเบิร์กก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว โรเบิร์ตถูกนำมาไต่สวนอีกครั้งในข้อหาลักพาตัว แต่เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและถูกส่งไปยังสถานบำบัดทางจิตแทน เขาถูกปล่อยตัวจากที่นั่นใน 6 เดือนต่อมา

 

แจนยังคงยึดมั่นใน"ภารกิจ"

Abducted-In-Plain-Sight
คาเรนที่อาจตกเป็นเหยื่อต่อจากแจน

ความจริงเริ่มปรากฏเมื่อแจนอายุครบ 16 ปี และตระหนักว่าภารกิจที่เธอยึดถือมาตลอดอาจเป็นเรื่องโกหก แจนขอพ่อแม่ไปเข้าแคมป์การละครในฤดูร้อน และในขณะที่เธออยู่ที่แคมป์ แจนก็เริ่มตั้งคำถามว่าเอเลี่ยนมีจริงหรือไม่ และตัดสินใจที่จะจบภารกิจด้วยตัวเอง ด้วยการวางแผนจะฆ่า'คาเรน'น้องสาวของเธอและฆ่าตัวตายตามไปด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วแจนก็ตระหนักว่าชีวิตของเธอและคนในครอบครัวปกติสุขดีและเอเลี่ยนก็ไม่มีจริง เธอบอกเรื่องนี้กับเพื่อนสนิท ก่อนที่พวกเขาจะบอกให้แจนเล่าให้พ่อแม่ฟัง บ็อบและแมรี่ แอนน์ รับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ ตลอด 2 ชั่วโมงที่แจนเล่า และทั้งครอบครัวก็เริ่มรักษาแผลที่โรเบิร์ตได้สร้างเอาไว้กับพวกเขา

 

ชีวิตใหม่ของแจนและการสิ้นสุดของโรเบิร์ต

Abducted-In-Plain-Sight
แจนขณะออกรายการ

แจนและแม่เริ่มเขียนหนึ่งสือที่มีชื่อว่า "Stolen Innocence: The Jan Broberg Story" เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเริ่มออกทัวร์เพื่อพูดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ต่างๆ โรเบิร์ตโผล่มาที่งานเหล่านั้นและเริ่มพูดกับสื่อเพื่อปิดปากครอบครัวโบรเบิร์ก เขากล่าวว่าแจนและแม่กำลังเล่าเรื่องโกหก จนทำให้แจนยื่นฟ้องร้องต่อศาลถึงการตามติดของเขา โรเบิร์ตโต้แย้งข้อกล่าวหานั้น แต่ท้ายที่สุดแจนก็เป็นฝ่ายชนะ โรเบิร์ตถูกสั่งห้ามเข้าใกล้เธอตลอดชีวิตของเขา

จุดจบของโรเบิร์ตมาถึงเมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านนอกงานทัวร์แห่งหนึ่งในปี 2005 โรเบิร์ตเกิดต่อสู้กับหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนักบิดที่ต่อต้านการทารุณกรรมเด็กซึ่งมารักษาความปลอดภัยให้กับแจน จนทำให้โรเบิร์ตถูกจับในความผิดทางอาญา 3 ข้อหา และความผิดลหุโทษอีก 2 ข้อหา ซึ่งศาลตัดสินว่าเขามีความผิดจริงและถูกกำหนดวันที่จะต้องเข้ารับโทษ แต่โรเบิร์ตไม่สามารถทนกับการติดคุกได้อีก จนตัดสินใจกินยาเกินขนาดจนเสียชีวิต

 

ในตอนท้ายของสารคดี ผู้สัมภาษณ์ถามกับแจน โบรเบิร์ก ว่าคุณให้อภัยเขาไหม?

Abducted-In-Plain-Sight
แจน โบรเบิร์กในวันนี้

แจนตอบว่า "คำว่าอภัยดูมีเล่ห์เหลี่ยม ในใจฉัน..ไม่ใช่เรื่องการให้อภัย แต่เป็นเรื่องที่คนผิดสมควรเข้าคุก ตอนนี้ฉันสามารถอยู่กับโศกนาฏกรรมในแบบที่มันไม่มารบกวนชีวิตฉันอีกต่อไป"

 

Cr.refinery29

 

Moodymuay

Moodymuay


Moodymuay

Moodymuay

A STORYTELLER AND CONTENT EXPLORER