คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน

  Apr 25, 2019   eyeicon  109 view   Moodymuay

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน

 

รูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามอาจซ่อนความลับดำมืดเอาไว้เบื้องหลัง ดั่งเช่นที่ 2 ฆาตกรพอล เบอร์นาโด และคาร์ลา โฮโมลก้า ใช้บังหน้าเพื่อข่มขืนและสังหารหญิงสาวมากมายเพื่อตอบสนองความซาดิสม์ของพวกเขา

 

พอล เบอร์นาโด หรือ"นักข่มขืนแห่งสการ์เบอโร" และภรรยาของเขาคาร์ลา โฮโมลก้า เป็นที่รู้จักในชื่อ"คู่รักนักฆ่าชาวแคนาดาที่แสนมีเสน่ห์" ที่จริงแล้วก่อนพอลจะถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรม, ทารุณกรรม และข่มขืน เขาเคยเป็นเซลส์แมนมาก่อนและทำการล่อลวงเหยื่อสาวด้วยการนำเทคนิคที่เขาได้เรียนรู้จากการทำงานมาใช้ ที่สำคัญพอลศึกษาวิธีดึงดูดผู้หญิงราวกับเรียนรู้วิธีทำธุรกิจเลยทีเดียว

พอลอ่านหนังสือนิยายสุดคลาสสิคอย่าง"อเมริกัน ไซโค" เหมือนกับเป็นคัมภีร์ไบเบิลของเขา และเมื่อเขาพบและแต่งงานกับคาร์ลา พฤติกรรมสุดแสนซาดิสม์ของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเพราะเธอสนับสนุนพฤติกรรมของเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ทั้งคู่กลายมาเป็นที่รู้จักในฐานะ"คู่รักนักฆ่า บาร์บี้และเคน"ด้วยหน้าตาที่แสนดูดีราวกับตุ๊กตาของพวกเขา 

 

ชีวิตในวัยเด็กของพอล เบอร์นาโด

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน
พอลกับแม่และพี่สาว

พอล เบอร์นาโด เป็นบุตรของเคนเน็ธและมาริลีน เบอร์นาร์โด เขาเกิดวันที่ 27 สิงหาคม 1964 ที่รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ครอบครัวเบอร์นาร์โดเป็นครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินค่อนข้างดีและเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่มั่นคง แต่สำหรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพอล สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่บดบังความจริงอันมืดมดเอาไว้

ในปี 1975 เคนเน็ธผู้เป็นพ่อถูกกล่าวหาว่าทารุณกรรมทางเพศเด็กและมีข่าวลือว่าเขาทารุณกรรมทางเพศลูกสาวของตัวเองเช่นกัน พอลดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบมากซักเท่าไหร่จากเหตุการณ์ดำมืดในวัยเด็กของเขา เพราะผู้เล่าเหตุการณ์กล่าวว่าเขาเป็น"เด็กชายที่มีความสุขเสมอ และยิ้มเยอะมาก" จนกระทั่งตอนที่เขามีอายุ 16 ปี แม่ของก็เปิดเผยว่าเขาเกิดมาจากการนอกใจของแม่และพฤติกรรมภายนอกของพอลก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พอลเริ่มเรียกแม่ของเขาว่าเป็น“คนสกปรก” และ“ โสเภณี” 

ตอนที่พอลจากไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต เขาก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการรับผู้หญิงออกมาจากบาร์ ก่อนจะทำให้พวกเธออับอายและทุบตีพวกเธอ ภายนอกพอลเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีและมีเสน่ห์ซึ่งขัดกับนิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาเคยบงการหญิงสาวและหาประโยชน์จากพวกเธอ และในไม่ช้าเขาก็ยอมแพ้ให้กับแรงกระตุ้นอันดำมืดกว่านั้น
 

 

การปรากฏตัวในฐานะนักข่มขืนแห่งสการ์เบอโร

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน


 
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม 1987 เมื่อย่านชานเมืองของสการ์เบอโร ในรัฐออนแทรีโอ ถูกปกคลุมไปด้วยอาชญากรรมที่น่าหวาดกลัวหลายเหตุการณ์ 

ในตอนเช้าของวันที่ 4 มีนาคม 1987 เด็กสาวรายหนึ่งลงจากรถบัสที่ป้ายรถเมล์ ก่อนจะถูกฉุดกระชากไปข่มขืนอย่างโหดร้ายใกล้กับบ้านของครอบครัวของเธอ และในสัปดาห์ต่อมาก็มีหญิงสาว 3 รายที่เจอกับเหตุการณ์เดียวกันนี้ หญิงสาวเหล่านี้มีอายุระหว่าง 15 - 21 ปี ถูกข่มขืน, ทุบตี, ล่วงละเมิดทางวาจาอย่างรุนแรง และถูกข่มขู่เพื่อให้ไม่กล้าไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่สรุปว่าพวกเธอถูกทำร้ายโดยชายคนเดียวกัน และหนังสือพิมพ์ก็ขนานนามชายคนนี้ว่าเป็น "นักข่มขืนแห่งสการ์เบอโร"

ในระยะเวลา 5 ปีที่เขาออกอาละวาดในฐานะนักข่มขืนแห่งสการ์เบอโร พอลได้ทำการข่มขืนและพยายามข่มขืนหญิงสาวอย่างน้อย 19 คน ซึ่งเป็นการนับจำนวนอย่างเป็นทางการเท่านั้น เหยื่อทั้งหมดเป็นเด็กสาวที่มักจะถูกพาตัวไปจากป้ายรถเมล์ มีเพียงเหยื่ออายุ 15 ปีรายเดียวเท่านั้นที่ถูกทำร้ายในห้องนอนของเธอเอง 

เหยื่อบางรายของพอลสามารถต่อสู้เอาตัวรอดมาได้ และพอลก็ถูกสอบปากคำโดยตำรวจถึง 2 ครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยถูกมองว่าเป็นผู้ต้องสงสัยหลักแต่อย่างใด จนกระทั่งในเดือนพฤษภาคม 1990 เหยื่อรายหนึ่งของพอลสามารถระบุลักษณะของผู้ที่ทำร้ายเธอได้อย่างถูกต้อง และในเวลาเดียวกันนั้นนักข่มขืนแห่งสการ์เบอโรก็ยิ่งดูวิกลจริตมากยิ่งขึ้น

 

การมาถึงของคาร์ลา โฮโมลก้า 

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน

พอลพบกับคาร์ลาในปี 1987 ในขณะที่เขามีอายุ 23 ปีและเธอมีอายุเพียง 17 ปี คาร์ลาเป็นบุตรของ โดโรธี และคาเรล  โฮโมลก้า เธอเกิดในปี 1970 ที่รัฐออนแทรีโอและเป็นพี่สาวคนโตของพี่น้องทั้ง 3 คน เธอถูกอธิบายไว้ว่าเป็น "คนปรับตัวได้ดี, สวย, ฉลาด และเป็นที่นิยม” คาร์ลาเป็นเด็กที่มีความชื่นชอบสัตว์ ทำให้เธอเริ่มทำงานที่คลินิกสัตวแพทย์หลังจบมัธยมปลาย และก็เหมือนกับชีวิตของพอล เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอกของคาร์ลาไม่มีสิ่งใดเลยที่จะบอกใบ้ถึงสิ่งเลวร้ายที่ซ่อนอยู่

พอลและคาร์ลาดึงดูดหากันอย่างรวดเร็ว และความรู้สึกก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อพอลค้นพบว่าคาร์ลาไม่เหมือนหญิงสาวคนอื่นที่เขาเคยเดท คาร์ลามีจินตนาการอันแสนโรคจิตเช่นเดียวกับเขา พวกเขาเริ่มความสัมพันธ์อันแสนซาดิสม์อย่างรวดเร็ว พอลจะรับบทเป็นนาย ในขณะที่คาร์ลาจะรับบทเป็นทาส และในขณะที่ทั้งคู่เดทกันนั้น พอลก็ข่มขืนหญิงสาวอย่างโหดร้ายในย่านสการ์เบอโรต่อไป โดยที่คาร์ลาก็รับรู้และเห็นด้วยกับการกระทำของเขา

พอลและคาร์ลาลงเอยด้วยการหมั้นกัน เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่า "พอลและฉันมีความสุขมากกว่าที่เคย เขายอดเยี่ยมมาก โรแมนติก และที่รักของฉันก็ทำแบบนั้นเป็นเรื่องปกติ" แต่ความจริงก็เกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ดำเนินมาจนถึงปีที่ 3 พอลเริ่มเบื่อและเริ่มบ่นว่าคาร์ลาไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ตอนที่พวกเขาพบกัน และไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เบี่ยงเบนความโรคจิตของเขาไปที่อื่น นั่นก็คือน้องสาววัย 15 ปีของคาร์ลาที่ชื่อ แทมมี่

 

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน
คาร์ลาและน้องสาว

คาร์ลาตอบสนองความต้องการอันเลวร้ายของพอลด้วยการสนับสนุนเขา เธอบอกพอลว่าเธออยากให้พอลได้ความบริสุทธิ์ของแทมมี่เป็นของขวัญคริสต์มาส ในวันที่ 23 ธันวาคม ขณะที่อยู่งานปาร์ตี้วันคริสต์มาสที่บ้านของครอบครัวโฮโมลก้า คาร์ลานำยาสลบที่ขโมยมาจากคลินิกที่เธอทำงานอยู่ใส่ลงในเครื่องดื่มของน้องสาว ในค่ำคืนนั้นขณะที่ทั้งครอบครัวนอนหลับและแทมมี่ก็หมดสติ คาร์ลาก็ยัดผ้าที่โปะยาสลบในปากของแทมมี่ และผลัดกันข่มขืนแทมมี่ร่วมกับคู่หมั้นของเธอ นอกจากนี้ยังถ่ายวีดีโอเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้ด้วย

เมื่อแทมมี่เริ่มสำลักอาเจียน ทั้งคู่ก็ตื่นตระหนกและพยายามซ่อนหลักฐานก่อนจะโทรเรียกรถพยาบาล แทมมี่ไม่ได้สติอีกเลยและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แม้จะมีการสังเกตเห็นสารเคมีลึกลับที่ไหม้ใบหน้าของเธอ แต่แพทย์ก็ไม่พบยาในร่างกายของเธอแต่อย่างใด การเสียชีวิตของแทมมี่ถูกประกาศว่าเป็นอุบัติเหตุจากการสำลักอาเจียนเนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นพิษ

 

 

การฆาตกรรมของบาร์บี้และเคน

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน
เลสลี มาฮัฟฟี / คริสเตน เฟรนช์ / แทมมี่ โฮโมลก้า 

การเสียชีวิตของแทมมี่ยิ่งทำให้พอลกระหายเลือดมากขึ้น ในปี 1991 คาร์ลาล่อลวงวัยรุ่นที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอไปที่บ้านที่เธออยู่ร่วมกับพอล ทั้งคู่วางยาหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศเธอและถ่ายวีดีโอเอาไว้ โชคดีที่หญิงสาวรายนี้รอดชีวิตและตื่นขึ้นมาโดยไม่มีความทรงจำของเหตุการณ์อันเลวร้ายหลงเหลืออยู่เลย

 

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน

พอลและคาร์ลาแต่งงานกันในวันที่ 29 มิถุนายน 1991 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่คู่รักรายหนึ่งค้นพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกถ่วงน้ำด้วยบล็อกคอนกรีตขณะกำลังพายเรือแคนูในทะเลสาบกิบสัน ชิ้นส่วนมนุษย์ที่หลงเหลือนี้เป็นของเลสลี มาฮัฟฟี วัย 14 ปี ที่หายตัวไปในวันที่ 15 มิถุนายน เธอถูกฆาตกรบาร์บี้และเคนลักพาตัวไป และถูกล่วงละเมิดติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ในขณะที่การค้นพบอันน่าสยดสยองเกิดขึ้น คู่รักฆาตกรก็กำลังมีความสุขกับพิธีแต่งงานของพวกเขา

เกือบ 1 ปีต่อมา ในวันที่ 16 เมษายน 1992 ทั้งคู่ก็ลงมือฆาตกรรมอีกครั้ง ครั้งนี้พวกเขาลักพาตัวและฆาตกรรมคริสเตน เฟรนช์ ก่อนจะทิ้งร่างอันยับเยินและถูกกล้อนผมของเธอไว้ในคูน้ำบนถนนในชนบทแห่งหนึ่ง

ในที่สุดตำรวจก็ตระหนักว่าคดีฆาตกรรมทั้ง2มีความเชื่อมโยงกัน หลังจากปล่อยภาพสเก็ตช์ที่คล้ายกับลักษณะของพอลออกไป ก็มีเบาะแสถูกแจ้งเข้ามามากมาย บางเบาะแสมาจากเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของพอลที่รายงานว่าเขามีพฤติกรรมชอบความรุนแรง

 

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน

ในเดือนมกราคม 1993 คาร์ลาก็ทิ้งสามีของเธอเพราะเขาทุบตีเธออย่างทารุณด้วยไฟฉาย หลังจากนั้น 2 เดือน ตัวอย่างดีเอ็นเอที่ได้จากพอลก็ตรงกับที่เก็บได้จากนักข่มขืนแห่งสการ์เบอโร ในตอนแรกเขาถูกจับตามอง ก่อนจะถูกจับกุมในเดือนกุมภาพันธ์ 1993 

 

การจับกุมและจำคุก

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน
คาร์ลาขณะเดินทางไปศาล

เมื่อตระหนักถึงความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้น คาร์ลาก็จ้างทนายอย่างรวดเร็วและมองหาการเจรจาต่อรองเพื่อให้การยืนยันความผิดของพอล เธออ้างว่าพอลบอกกับเธอว่าเขาได้ทำการข่มขืนผู้หญิงอย่างน้อย 30 คน ในที่สุดรัฐบาลก็ยอมตกลงกับเธอที่โทษจำคุก 12 ปี เพื่อแลกกับความร่วมมือของเธอ แต่ก็เกิดกระแสตีกลับเมื่อวีดีโอที่ทั้งคู่ได้ถ่ายทำแสดงถึงอาชญากรรมอันน่าสยดสยอง และธาตุแท้ของคาร์ลาก็ถูกเปิดเผยออกมาว่าคาร์ลาไม่ได้เป็นเหยื่อจากการถูกทำร้ายอย่างที่เธอวาดภาพให้ตัวเองเป็น ที่จริงเธอเป็นจอมซาดิสม์อันแสนเลือดเย็น

ท้ายที่สุดเธอถูกปล่อยตัวในปี 2005 แต่งงานใหม่และมีลูก ส่วนพอลมีความผิดทุกข้อหาและถูกจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาข่มขืน, ฆาตกรรม และลักพาตัวเด็กสาว 2 คน แม้จะเชื่อว่าเขาฆ่าคนมากกว่านั้นก็ตาม และเหยื่อที่ถูกข่มขืนอาจจะมีประมาณ 13 คน

 

คู่รักฆาตกรบาร์บี้และเคน
พอลขณะถูกจับกุม

พอลยื่นขอทัณฑ์บนในปี 2018 หลังจากติดคุกมาแล้ว 25 ปี แต่ก็ได้รับการปฏิเสธหลังจากมีการพิจารณาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ทนายในนามของครอบครัวเหยื่อรายงานว่า "ไม่เคยมีคำขอโทษออกจากปากของพอล เบอร์นาโด และไม่เคยมีการกระทำใดๆ ของเขาที่แสดงออกถึงความสำนึกผิด" ที่จริงแล้วพอลยอมรับกับศาลว่าเขาไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ กับเหยื่อในขณะที่เขาลงมือก่ออาชญากรรมอันสุดแสนซาดิสม์ของเขาเลยด้วยซ้ำ

 

Cr.allthatsinteresting

 

Moodymuay

Moodymuay


Moodymuay

Moodymuay

A STORYTELLER AND CONTENT EXPLORER